ส่องชีวิตปัจจุบัน หนุ่มเสก-เสกสรร เป็นพ่อค้าแบกหนี้พันล้าน

หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี สำหรับ หนุ่มเสก-เสกสรร ชัยเจริญ อดีตนักร้องดังและนักแสดงมากฝีมือที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมากมายในยุค 80 วันนี้เราจะพาทุกคนไปชมชีวิตหลังหายไปจากวงการบันเทิง 20 ปี  พร้อมกับแบกหนี้พันล้านของหนุ่มเสกกันค่ะ

เรียกว่าห่างหายไปจากวงการบันเทิงนานกว่า 20 ปี แล้วสำหรับ ‘หนุ่มเสก’ อดีตนักร้อง และนักแสดงชื่อดังจากยุค 80 หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ ‘หนุ่มเสก-เสกสรร ชัยเจริญ’ หากเป็นคนวัย 30 ปีขึ้นไปคงจะคุ้นหน้าของชายผู้นี้ที่เป็นนักร้องแถวหน้าของประเทศ

เมื่อ 20-30 ปีก่อน ตั้งแต่ยุคของศิลปินระดับตำนานอย่าง เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจ ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว หนุ่มเสก คือผู้ประเดิมคนแรกของค่ายเพลง ‘คีตา’ ที่วันนี้เพลงใจบางบาง หรือรักเป็นดั่งต้นไม้ ยังบรรเลงในความทรงจำ ให้พอร้องคลอตามได้ หากทำนองเพลงลอยมาให้หวนถึงวันเก่าในอดีต ก่อนที่ท้ายที่สุดแล้วเจ้าตัวได้หันหลังให้วงการ และผันตัวไปหยิบจับ

ทำธุรกิจต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จมากมาย ก่อนที่ล่าสุดเจ้าตัวจะออกมาเปิดใจว่า ธุรกิจหลายอย่างต้องปิดตัวลง เป็นหนี้กว่าพันล้าน จนต้องมาขายเกาเหลา “ตอนนั้นที่ทำธุรกิจนี้ เพราะคิดว่าถนัด เราจะไม่ทำอะไรที่เราไม่ถนัด พอทำแล้วมันสนุกนะ ถามว่าประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ก็ดังมา 5 ปี

พอเริ่ม 40 มันเป็นยุคฟองสบู่ จากค่าเงิน 25 บาทไป 50 บาท คือมันไม่ใช่ธุรกิจเราธุรกิจเดียว ธนาคารปิดเพียบ เราก็เหมือนกู้ธนาคารมา เราก็ล้ม ผมเป็นหนี้ขึ้นมา 1,000 ล้านบาท จนทำให้ผมคิดว่าไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว แต่ว่ามันชั่ววูบ ผมหยิบมาคิดว่าไปเลยมันจะได้จบหมด แต่เผอิญผมหันไปเห็นรูปป๋า (ป๋าเปรม) ที่แตะไหล่ผม ผมได้ยินคำป๋าก็เหมือนเห็นแสงจริง ๆ มันเรียบง่าย ป๋าคือพ่ออีกคนที่รัก ท่านมีแต่ให้โอกาสผมทุกอย่าง

ซึ่งการไปหาป๋าครั้งนั้นก็เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนท่านจากไปผมไปงานแต่ไม่ได้บวชอีก เพราะก่อนหน้านี้ผมก็เคยบวชให้ท่านทดแทนพระคุณแล้ว คิดว่าเราไม่ทำให้เอิกเกริก ให้คนมองอีก เชื่อว่าป๋าได้รับรู้ในปรโลกว่าอย่างน้อยผมตอบแทนพระคุณ วันนั้นคือจุดเปลี่ยนชีวิตให้สู้ และอยู่มาถึงวันนี้ พอเห็นรูปแล้วก็ไม่ทำตอนนี้ก็มาขายเกาเหลา เพราะมองว่าอาหารเป็นปัจจัยสี่ คนต้องกินทุกวัน เราก็คิดว่าจริงจังนะ ผลตอบรับมาเรื่อย ๆ ฝากความหวังไว้ ถ้าเกาเหลาเราขายดี

นี่คือสิ่งที่จะชุบชีวิตใหม่ ไม่ขออะไรมาก ขอขายวันละพันชุดพอ อยู่ได้แล้ว อีกอย่างเราก็ไม่ใช่ร้านดังเปิดมานาน แต่เป็นการเริ่มต้นที่พอเห็นแสงสว่าง ผมตั้งใจมาก หวังจะขายให้ยั่งยืน ไม่เลิกกลางคัน หรือแม้แต่สถานการณ์ต่าง ๆ จะดีขึ้นแล้วก็ตาม ผมไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร อยากให้มาลองชิมจริง ๆ”

 

Leave a Reply