ส่องขุมทรัพย์ครอบครัว “เจ เจตริน” ยังไม่ทันโตให้ลูกใช้ 13 ล้าน

เป็นอีกหนึ่งครอบครัวคนบันเทิงที่หลายคนชื่นชอบมากเลยละค่ะ สำหรับครอบครัวของศิลปิน เจ เจตริน และภรรยาสาวสวย ปิ่น เก็จมณี โดยมีทายาทหล่อๆถึง 3 คน คือ เจ้านาย เจ้าขุน และเจ้าสมุทร เรียกได้ว่าเป็นครอบครัวที่น่ารักและเก่ง มากความสามารถทุกคน และในวันนี้เราจะพาไปส่องขุมทรัพย์ของพวกเขากันค่ะ

ส่องธุรกิจ ‘เจ เจตริน’ ผู้ผลิตรายการชื่อดัง 2 บริษัทครอบครัว ‘วรรธนะสิน’ รายได้รวมกว่า 54 ล้าน กำไรกว่า 22 ล้าน อีกทั้งหากย้อนกลับไปนั้น

ถ้าคนธรรมดาคงใช้โรงเรียนสอบขับรถ หรือใช้รถญี่ปุ่นไปก่อน แต่แหมนี่ ‘สามีแห่งชาติ’ ของสาวๆประเทศไทยทั้งทีธรรมดาไปคงไม่ได้ เพราะ

น้องเจ้านายของเราคว้ากุญแจรถสปอร์ตคันเก่งมูลค่ากว่า 13 ล้านบาทของคุณพ่อมาซ้อมซะงั้น งานนี้พ่อเจไม่วายต้องปาดเหงื่อ เพราะเจ้าตัวออกปากแล้ว

ว่ารถคันแรกคันนี้เจ้านาย อีกทั้งทายาททั้ง 3 ของเจ เจตริน ยังติดในลิสต์ 8 อันดับ ลูกดาราคนดังที่ได้ตังค์ ไปโรงเรียนเยอะที่สุด โดยอันดับ 8 นั้น

คือน้องเจ้าสมุทร ตอนนี้อายุ 13 ปีแล้ว สำหรับเจ้าสมุทร เป็นเด็กขี้เล่นตามวัยของเขาแถมชอบกิจกรรมร่วมกับครอบครัวอีกด้วย และยังเรียนไกลถึงเมืองนอก

อันดับ 4 เจ้าขุน มาที่ลูกชายคนกลางของคุณพ่อเจ แม่ปิ่น ที่เรียกได้ว่าเป็นขวัญใจสาวๆหลายๆคนในตอนนี้ อายุแค่นี้แต่หล่อและรวยมาก ปัจจุบันน้องเจ้าขุนศึกษาอยู่ที่ Millfield School ประเทศอังกฤษ บินลัดฟ้าไปเรียนไกลถึงเมืองนอก สำหรับเจ้าขุนจะได้ตังค์เฉลี่ยไปโรงเรียนวันละ 150 ปอนด์ หรือราวๆประมาณ 6,000 บาทไทย อาจจะมองว่าเป็นจำนวนตังค์ที่เยอะเกินตัวไปรึเปล่า ขอบอกว่าไม่เลย เพราะค่าใช้จ่ายที่นั่นสูงมากอันดับ 2 คือเจ้านาย ลูกชายคนโตของพ่อเจแม่ปิ่น

สุภาพเรียบร้อย เป็นขวัญใจของคนทั้งประเทศ เจ้าของเพลงดังมากมาย และยังเคยมีประเด็นของ ขนหน้าแข้งก็ไม่ร่วง “เจ” แจงข้อคาใจ ต้องรวยเบอร์ไหน

ถึงให้ลูกบินมาบินไประหว่างเมืองไทย-อังกฤษถี่ๆ โดยเจ เผยว่าจริงๆไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เราก็เป็นคนแบบนี้แหละ โพสต์อะไรให้มันอธิบายให้ชัดๆพ่อแม่

ที่ส่งลูกไปเรียนเมืองนอกจะเข้าใจ โดยเฉพาะส่งลูกไปเรียนที่อังกฤษ อังกฤษค่าปอนด์มันแพงจริงๆ เทียบกับตังค์บาท บางทีลูกปิดเทอมสั้นๆ 2 อาทิตย์

การที่อยู่ที่โน่น เราไม่ได้มีบ้าน ก็ต้องไปเช่า ต้องจ่ายค่าที่ให้ผู้ปกครองเขาดูแล ต่อคนต่อหัว ไม่ต้องบอกตัวเลขแล้วกัน ไหนจะค่าอาหาร ค่ารถ ค่าอยู่ ค่ากิน

ค่าอะไรต่างๆในช่วง 2 อาทิตย์ที่เขาจะต้องไปโน่นไปนี่ ผมว่ากลับมาเมืองไทยมันคุ้มกว่า ประหยัดกว่า การเพิ่มค่าตั๋วนิดหน่อย หนึ่งคือได้กลับมาอยู่ใกล้พ่อแม่

สองก็คือการเพิ่มตังค์อีกนิดเพื่อให้เขากลับมา อย่างน้อยอาจจะได้ทำงานด้วย ผมว่ามันก็โอเค แล้วความสมัครใจของลูกๆเขาก็อยากกลับอยู่แล้ว แล้วช่วงต้นปี

ปลายปีอากาศมันเย็นมาก มันหนาวมาก ตอนนี้ที่อังกฤษหิมะตกที่โรงเรียนเขา เขาก็อยากกลับบ้าน” และตังค์ค่าตัวเก็บใส่กองกลางทั้งหมด

“ถ้าเรื่องตังค์ ไม่ว่าจะตังค์ผมหรือตังค์ใครก็แล้วแต่เราใส่กองกลางหมดครับ แต่เราก็จะจดบัญชีเอาไว้ด้วย รวมถึงของเด็กๆด้วยเหมือนกัน

Leave a Reply