พาชมเส้นทางชีวิตนักร้องหมอลำ เต๋า ภูศิลป์ กว่าจะมีวันนี้

นาทีนี้เชื่อว่าไม่มีใครรู้จักเขาคนนี้ เต๋า ภูศิลป์ วารินรักษ์ นักร้องลูกทุ่งหมอลำมากความสามารถ เด่นดังทั้งในการร้องเพลงและงานแสดง แถมยังมีหน้าตาที่หล่ออีกมากๆ แน่นอนว่ากว่าชีวิตของหนุ่มเต๋าจะมาถึงจุดนี้ได้ เขาได้ผ่านอะไรมามากมาย ว่าแล้วเราตามไปย้อนชมเส้นทางชีวิตของเขากันค่ะ

ประวัติ เต๋า ภูศิลป์ วารินรักษ์ เกิดวันที่ 15 มีนาคม 2535 เป็นนักร้องลูกทุ่งหมอลำและนักแสดงชายชาวไทย มีผลงานเพลงลูกทุ่ง เช่น “ก้อนขี้ฟ้า”,

“ความคึดฮอดบ่เคยพาไผกลับมา”, “อ้อมกอดเขมราฐ” ฯลฯ ส่วนผลงานแสดงเช่น มนต์รักหนองผักกะแยง ทางช่อง 3 รวมไปถึงอีกหนึ่งผลงานละคร

ผู้ใหญ่สันต์ กำนันศรี ทางช่องวัน เต๋า ภูศิลป์ มีชื่อจริงว่า “เกษม ศรีสมบูรณ์” เกิดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2535 เกิดที่อำเภอวาริน

ชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นบุตรของนายนคร ศรีสมบูรณ์ และ นางอรุณี ศรีสมบูรณ์ เขาจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช

จังหวัดอุบลราชธานี และมัธยมศึกษาตอนปลายจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ จังหวัดร้อยเอ็ด จบการศึกษาปริญญาศึกษาศาสตรบัณฑิต

สาขาวิชานาฏศิลป์ไทยศึกษา จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ระดับปริญญาโท หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สหสาขาวิชาการจัดการทางวัฒนธรรม

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าวงการโดยอัดคลิปร้องเพลงเล่นกับเพื่อนลงยูทูบ ปรากฏว่ามีผู้ชมเข้าไปชมจำนวนมาก

ทางแกรมมี่จึงติดต่อให้ไปทดสอบเสียง ปรากฏว่าผ่านการทดสอบและได้เข้ามาเซ็นสัญญากับทางค่ายและมีผลงานเพลงแรกออกมาคือ

เพลง “โฉมนาง” และ “นั่งเฝ้าเขาจีบ” ในอัลบั้มพิเศษ 20 ปี แกรมมี่ โกลด์ ตามมาด้วยเพลงประกอบละครและภาพยนตร์ ฝากเพลงถึงเธอ

อาชีพในฝันเมื่อถาม เต๋า ภูศิลป์ ถึงชีวิตสมัยเด็ก ชอบร้องเพลงอยู่แล้วรึเปล่า เต๋าบอกว่านักร้องเป็นอาชีพที่ไกลตัวมาก เป็นอาชีพที่เป็นความฝัน

“ผมเป็นคนที่ชอบร้องเพลงก็จริง แต่ในอดีตผมไม่เคยประกวดร้องเพลง เพราะผมไม่ใช่คนเสียงดี ผมกลัว แต่ในขณะเดียวกันเมื่อ 6-7 ปีที่ผ่านมา

โซเชียลเริ่มบูมในเมืองไทย ผมก็อัดคลิปลงโซเชียลมีเดีย และมีผู้ใหญ่ทางแกรมมี่ โกลด์ มาเจอ ก็เลยได้มีโอกาสเข้าแกรมมี่ เหมือนจับพลัดจับผลูครับ

ดังนั้นผมก็เลยบอกว่าผมใช้ชีวิตทุกวันนี้เหมือนใช้ชีวิตอยู่ในความฝันตัวเอง อยู่บนสวรรค์ที่มีเทวดานางฟ้าในวงการบันเทิงเยอะแยะมากมาย เป็นอาชีพที่ผมไม่คิด

ว่าจะได้มาใช้ชีวิต ก็ทำมาหาเลี้ยงตัวเองได้จนถึงทุกวันนี้ ผมเรียนครูมา ผมอยากเป็นครู อาจารย์ ถ้าไม่งั้นก็จะกลับไปอยู่บ้านทำไร่ไถนา ทำธุรกิจสูบส้วมของที่บ้าน

และปล่อยให้การร้องเพลงเป็นอาชีพในฝันของเรา ผมเลยพูดว่าผมใช้ชีวิตบนความฝันที่เป็นจริงของผมครับ” วันที่ฝันเป็นจริงจากนั้นเต๋ากลายเป็นศิลปินลูกทุ่งค่ายแกรมมี่โกลด์ แบบเต็มตัว

ซึ่งในช่วงแรก เต๋า ได้ร้องเพลงคัฟเวอร์ “โฉมนาง” และ “ดอกจานบาน” ในอัลบั้ม “ฝากไว้ในแผ่นดิน พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา หอมดอกผักกะแยง

1 และ 2” รวมไปถึงเพลง “นั่งเฝ้าเขาจีบ” ในอัลบั้ม “20 ปี แกรมมี่โกลด์ เพลงของฉัน เพลงของเธอ เพลงของเรา ชุดที่ 2” ซึ่งเป็นเพลงโปรเจกต์พิเศษ

รวมอัลบั้มกับศิลปินรุ่นพี่ในค่ายแกรมมี่ โกลด์ อีกหลายคนซึ่งเต๋าบอกว่า “ดีใจและตื่นเต้นมาก เพราะว่าเราได้เจอกับซุปเปอร์สตาร์ที่เราชอบครับ ไม่ว่าจะเป็นพี่ต่าย

อรทัย, พี่ไผ่ พงศธร, พี่ไมค์ ภิรมย์พร, พี่มนต์แคน แก่นคูณ และอีกหลายๆคนที่เราเคยเห็นในทีวี เคยฟังเพลงทางวิทยุ ไม่คิดว่าจะได้มาร่วมงานในค่ายเดียวกัน

รู้สึกว่าเหมือนฝันมากเลยครับ ตอนที่เจอผมเขียนไดอารี่ไว้ด้วยครับ เขียนไว้ตั้งแต่ปี 57 ทุกวันนี้พอเก็บบ้านช่วงโควิด พอย้อนกลับไปดูก็เฮ้ย สนุกดี รู้สึกว่า

เป็นการบันทึกความทรงจำของเด็กบ้านๆ คนนึงที่มีโอกาสเข้ามาใช้ชีวิตที่ตึกแกรมมี่กับศิลปินที่เราชื่นชอบครับ ฟีดแบ็กตอนนั้นที่ปล่อยเพลงไปก็ดีนะครับ

เราเป็นศิลปินใหม่ คนก็จะตื่นเต้นว่ามีศิลปินใหม่นะ”เป็นนักร้องอย่างเดียวไม่พอ เพราะหลังจากนั้นในปี 2560 เต๋ามีโอกาสได้เล่นละครเรื่องแรก คือละคร

“สงครามเพลง” ทางช่อง 3 SD คู่กับเปาวลี พรพิมล ซึ่งเต๋าเผยถึงความรู้สึกหลังได้โอกาสเล่นละครว่า “ก็งงครับ งงมาก มันเป็นชีวิตที่เหมือนฝันมาก

เราก็งงแป๊บนึงแต่ก็เดินหน้าต่อไป ก็ต้องทำงานและใช้ชีวิตต่อไป ไปเรียนคิวบู๊ รู้สึกว่าท้าทายสำหรับเรามาก เราก็ไม่คิดว่าเราจะได้เล่นบทบาทต่างๆ

บู๊ระเบิดภูเขาเผากระท่อม เรื่องแรกก็เล่นละครค่ายอาหลองเลย ซึ่งเป็นของพี่กอล์ฟ (กัญจน์ ภักดีวิจิตร) เป็นผู้จัด ก็ตื่นเต้นมากครับ”

Leave a Reply